แหะๆ เพิ่งจะอัพไปไม่นานเองก็อัพอีกแย้ว แถมอัพแบบไร้สาระมากเลยด้วย=w=

เห็นว่าเป็นวันทานาบาตะพอดี(ย้อนหลัง=_=)เลยเอาข้อมูลของวันทานามาตะมาให้อ่านกันนะจ๊ะ>< กะจะวาด

 รูปอยู่เหมือนกันแต่ไม่ทัน= =(เพราะโดนสั่งให้คัดลายมือเกือบ20หน้าT[]T) อ่ะเริ่ม

 วันทานาบาตะ  วันแห่งความรักของทางช้างเผือก วันทานาบาตะ..คือวันแห่งความรักและความ สุขสมหวัง

ของดวงดาว 2 ดวง

ดวงแรกมีนามว่า "โอริ ฮิเมะ" และดวงที่สองมีนาม ว่า "ฮิโกโบชิ" ตามความ เชื่อของคนญี่ปุ่นที่ได้เล่ากันต่อ ๆกัน

มาว่า ดวงดาวสองดวงนี้ต้อง พลัดพราก จากกันโดยมีทางช้างเผือก หรือที่คนญี่ปุ่นสมัยโบราณตั้งชื่อให้ว่า "อา

มาโน่ คาวา" ตามจินตนาการของคนสมัยโบราณจะมองเห็น ทางช้างเผือกที่มีดวงดาวนับร้อยนับพันดวงมารวม

กันเป็นทางยาวนั้นเขา มอง เห็นเป็นเหมือน แม่น้ำสายใหญ่และตั้งชื่อให้ว่า "อามาโน่ คาวา"ซึ่งแปลตาม ศัพท์

ตรง ๆว่า" แม่น้ำแห่งสวรรค์" และแม่น้ำสาย นี้เป็นแม่น้ำสายที่ขวางกั้น ดวงดาวสองดวงให้ต้องพลัดพรากจากกัน

แต่ในทุก ๆ ปี ของวันที่ 7 เดือน 7 (กรกฏาคม) ซึ่งเป็นวันที่ ทางช้างเผือกจะออกมาปรากฏบนท้องฟ้าของ

ประเทศ ญี่ปุ่นให้ได้เห็นกันในทุก ๆปีนั้น..จะเป็นวันที่ดวงดาวสองดวงคือ "โอริ ฮิ เมะ" กับ "ฮิโกโบชิ" จะได้มี

โอกาสได้มาพบกันสมดังใจที่คิดถึงและปรารถนาของทั้งสอง และในวันนี้ก็เป็นวันที่ให้กำเนิดพิธี "ทานาบาตะ"

ขึ้นมาคนญี่ปุ่นจะเชื่อถือและเล่ากันต่อ ๆมาสู่ลูก ๆหลาน ๆว่า"ให้ไปตัดต้น ไผ่ นำมาปักไว้ในรั้ว บ้าน และให้เขียน

คำอธิษฐานใส่กระดาษ นำไปผูกไว้ที่ต้นไผ่ที่ ตัดมา แล้วคำอธิษฐานอันนั้นก็อาจ จะได้ผลสม ประสงค์สมดังใจ

ปรารถนาเหมือน ๆ กับ"โอริ ฮิเมะ" และ "ฮิโกโบชิ"ที่ได้สมหวัง และได้พบกันในวันนั้น.. ทำไมคนญี่ปุ่นต้อง

อธิษฐานขอพรในวันนั้นกันหรือ ? แล้วทำไมจะต้องเอากระดาษคำอธิษฐานไปผูกติดไว้ที่ต้นไผ่ด้วยล่ะ ? เมื่อสมัย

 ก่อนในวันที่ 7 เดือน 7 (กรกฏาคม) ของทุก ๆ ปีนั้น จะเป็นวันที่คนญี่ปุ่นจะมีพิธีบูชา " พระแม่คงคา " หรือมี ชื่อ

เฉพาะอีกอย่างว่า " ทานาบาตะซึเมะ " ซึ่งในวันนี้พวกผู้หญิงจะทำการทอผ้า และจะนำไปบวงสรวงหรือเซ่นไหว้

ให้กับแม่คงคา เพื่ออธิษฐานขอให้พระแม่คงคาช่วยคุ้มครองอย่าให้เกิดหรือมีทุพภิกขภัยใด ๆ เกิดกับครอบครัว

ของพวกเธอในภายภาคหน้ากัน... พิธีการและธรรมเนียมการอธิษฐานขอพรทำนองนี้ ก็เกิดมีที่ประเทศจีนเหมือน

กันชื่อ " โฮชิ มาซึรี (เทศกาลขอพร จากดวงดาว) " จะทำขึ้นในวันที่ 7 เดือน 7 (กรกฏาคม)ของทุก ๆ ปีเหมือน

กับญี่ปุ่น จุดประสงค์ก็คล้าย ๆ กัน จะมีแตกต่างก็นิด หน่อย คือในวันนี้พวกผู้หญิงที่ประเทศจีนจะทำการอธิษฐาน

ขอพรจากดวงดาวเพื่อขอให้ตนนั้น ทำการทอผ้าและเย็บผ้าร้อยเข็มได้เก่ง ๆ กัน... เล่ากันต่อ ๆ มาว่าพิธีการและ

ธรรมเนียมการ อธิษฐานขอพร" โฮชิ มาซึรี (เทศการขอพรจากดวงดาว) " ของจีนนี้ ได้ ตกทอดมาถึงญี่ปุ่นด้วย

และรวมถึงว่าที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นก็ได้พอดีมีพิธีบูชา " พระแม่คงคา(ทานาบาตะซึเมะ) " ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่

คล้าย ๆ กันอยู่ ดังนั้นในเวลาต่อมาประมาณในสมัยเอโดะพวกประชาชน พลเมืองทั้งหลาย จึงกำหนดให้มี

ธรรมเนียมการขอพรจากดวง ดาวกันขึ้นมา ด้วยการเขียนคำ อธิษฐานขอพรที่ตัวเองต้องการใส่ลงไปในกระดาษ

แล้วจะนำไปผูกติดไว้ที่ต้นไผ่นั้นได้กำเนิด เกิดขึ้นและ ได้ทำสืบเนื่องต่อ ๆ กันมาจนปัจจุบันนี้นั่นเอง .. เราเองก็

คิดว่าเรื่อลของทานาบาตะมันก็แบบว่า...โรแมนติกอ่าคะ>< เลยเอานี่มาให้อ่านเพิ่ม ที่มาของพิธี "ทานาบาตะ"

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วที่ฝั่งแม่น้ำด้านเหนือ ของ "อามาโน่ คาวา(ทางช้างเผือก)" บนสวรรค์มีลูกสาวของเทพ

ผู้ครองสวรรค์ นางหนึ่งชื่อว่า "โอริ ฮิเมะ" นางสวยงามและขยันขันแข็งทำงานตัวเป็นเกลียว ไม่ยอมหยุด งาน

ของ "โอริ ฮิเมะ" เป็น หน้าที่ประจำคือ "การทอผ้า" และผ้าที่ "โอริ ฮิเมะ" ทอนั้นก็สวยงามประณีตเป็นที่พึงพอใจ

ของ หมู่เหล่าทวยเทพทั้ง หลายทุกถ้วนหน้า และการที่ผ้าที่"โอริ ฮิเมะ"ทอแล้วเป็นที่พึงพอใจ ของหมู่ทวยเทพ

ทั้งหลายนั้น จึงทำให้"โอริ ฮิเมะ" ต้องทอผ้าอยู่ตลอดวันตลอดคืน แต่นางก็ขยัน ขันแข็งไม่เคยหยุดงานทอผ้า

 ของนางเลย..ความที่นางไม่เคยหยุดพัก ผ่อน..

 จึงเป็นเพราะการนี้ เทพผู้ครองสวรรค์ผู้เป็นบิดาก็ ให้เป็นห่วงและสงสารธิดามากจึงคิดที่จะให้นางได้มีคู่ครอง

นางจะได้มีความสุขเล็ก ๆน้อย ๆ บ้าง เทพผู้เป็นบิดาจึงประกาศหาคู่ให้กับ"โอริ ฮิเมะ" แล้วการเลือกคู่ของ"โอริ

ฮิเมะ"ก็บังเกิด ขึ้น นาง ถูกตาต้องใจชายหนุ่มที่ชื่อ "ฮิโกโบชิ"มาก ชายหนุ่ม ผู้นี้เป็นคนเลี้ยงวัวอยู่ฝั่ง ด้านใต้

ของ "อามาโน่ คาวา (ทางช้างเผือก)" "ฮิโกโบชิ"เป็นชายหนุ่มที่ขยัน ขันแข็งไม่แพ้ไปจาก"โอริ ฮิเมะ" และที่

สำคัญคือชายหนุ่มร่างกายกำยำและ สง่างามเป็นที่สุด..

          "โอริ ฮิเมะ" ถูกตาต้องใจและลุ่มหลงชายหนุ่ม "ฮิโกโบชิ"เป็นอันมาก.."ฮิโกโบชิ"ก็ดูจะถูกใจในตัว"โอริ ฮิ

เมะ"เหมือนกัน เทพผู้เป็นบิดา เห็น ว่าทั้งสองถูกตาต้องใจกันอย่างนั้น จึงจัดการให้ทั้งสอง ได้แต่งงานกันสมดัง

ใจปรารถนา..

 

ตามเนื้อเรื่องทุกอย่างฟังแล้วดูเหมือนจะ มีความสุข.. แต่ตรงนี้ก็เกิดปัญหาขึ้นมาเข้าจนได้เพราะเมื่อ "โอริ ฮิ

เมะ"กับ"ฮิโกโบชิ"ได้แต่งงานกันแล้ว "โอริ ฮิเมะ"ก็ไม่ยอมทำงานทอผ้า ของนางอย่างแต่ก่อน..ทั้งสองจะออกไป

เที่ยวด้วยกันทุกวัน ทุกคืน "โอริ ฮิเมะ" มีความสุขมากและลุ่มหลง"ฮิโกโบชิ"จนเหลือคนานับลุ่มหลงจนลืม

หน้าที่ และ งานประจำของนาง...ใหม่ ๆเทพผู้เป็นบิดา ก็ให้อภัยมาตลอด

 

         แต่ยิ่งนานวันเข้า "โอริ ฮิเมะ" ก็ยิ่งหลงระเริงไปกับ ความรักจนลืมหมดทุกสิ่งทุกอย่างเอาแต่ออก ไปเที่ยว

กับ"ฮิโกโบชิ" หนักเข้าเทพผู้บิดาจึงเกิด พิโรธจึงลงอาญาสาปให้ทั้ง สองแยกจากกันไปคนละทิศ " ต่อจากนี้ให้

แยกเจ้าทั้งสองไปอยู่คน ละฝากฝั่งของ "อามาโน่ คาวา(ทางช้างเผือก)" ให้แยกจากกันไปอยู่แต่คนละทิศ แต่

บัดนี้ "

 

 

เมื่อ"ฮิโกโบชิ" โดนแยกจากไปแล้ว "โอริ ฮิเมะ" ก็ให้เป็นโศกเศร้าอาดูรที่ต้องพรัดพรากจากสิ่งที่เป็นที่รักนางร่ำ

อาลัย "ฮิโกโบชิ"ผู้เป็นสามีสุด ที่รัก จนน้ำตาแทบจะเป็นสายเลือด เทพผู้เป็นบิดาเฝ้ามองความเศร้าโศกของ

นางทุกวันทุกคืน.. เทพผู้เป็นบิดาเห็นอาการ ของนางร้ายแรงแบบนั้นก็ให้เป็นสงสารนางอย่างสุดที่จะทนอยู่ได้

จึงบอก อนุญาตนางว่า "ในทุก ๆปีให้นางข้าม อามาโน่คาวา(ทางช้างเผือก)ไปพบ "ฮิโกโบชิ" ได้หนึ่งครั้ง แล้ว

วันนั้นก็คือวันที่ 7 เดือน 7 (กรกฏาคม)ของทุก ๆปี

         แล้วจากนั้นมา...ทั้งสองจึงได้เกิดมีความหวัง ว่าจะ ได้พบกันถึงแม้ว่าจะเป็น หนึ่งปีหนึ่งครั้งก็ตาม"โอริ ฮิ

เมะ"จึงกลับมา ขยันขันแข็งตั้งหน้าตั้งตา ทำงานทอผ้าของนางต่อเหมือนเดิม..

 

         และในทุก ๆปี ของวันที่"อามาโน่ คาวา(ทาง ช้างผือก) จะ ออกมาปรากฏบนท้องฟ้านั้น ก็เป็นอันว่า "โอริ

ฮิเมะ"และ"ฮิโกโบชิ" ก็จะได้มาพบกันสมดังใจ ปรารถนา....จบแล้วสำหรับเนื้อเรื่องความเป็นมา Romantic ดี

 ไหมคละ..ที่มาของ"ความรักแห่ง ทางช้างเผือก "

 

แต่ถึงจะดูโรแมนติกแต่ก็แอบเศร้าเหมือนกันแฮะT_T

 ภาพท้องฟ้าในคืน วันที่ 7 เดือน 7 (กรกฏาคม)ของทุก ๆปี

 

"อามาโน่ คาวา (ทางช้างเผือก)" เราจะเห็นว่ามีดาว 2 ดวง อยู่กันคนละฝั่งจริง ๆ

 

 

ดวงดาว "ฮิโกโบชิ" จะอยู่ทางด้านใต้ของ "อามาโน่ คาวา (ทางช้างเผือก)"ส่อง แสงสว่างสง่างามเป็นที่สุด.. 

 

 

วันนี้อัพเเค่นี้ดีกว่า=)  ต้องขอขอบคุรสำหรับเว็บที่ให้ความรู้อย่างhttp://sukumal.brinkster.net

 

และต้องขอบคุณwww.google.comมากๆเลย=_=  เป็นเวบหากินเจงๆ=w=

 

ไปละ

 

บ่ายบ๊ายบี=)

 

ปล.บล็อกแหกบอกนะเออ=_=

 

 

edit @ 8 Jul 2010 16:33:29 by kunkao007

Comment

Comment:

Tweet

อ่านจบแว้วว แจ่มไปเลย ขยันพิมมากๆ เลยจ้า ^ ^ Hot! Hot! Hot!

#7 By turtleboy on 2010-07-14 22:05

เห็นในการ์ตูนญี่ปุ่นบ่อยๆเลยล่ะ
รายละเอียดเยอะมาก
ขอบใจมากน้าส์~confused smile

#6 By I'm Dark! on 2010-07-09 21:06

ตาลายยามเย็น....

#5 By MinaR* on 2010-07-08 19:54

ขอบคุณสำหรับความรู้ดี ๆ
ที่มันจะรั่วออกนอกสมองเค้าไป
อันเนื่องจากที่สมองเค้ามันมีรอยรั่ว =w=

#4 By ~ ユニ ~ ちゃん ~ on 2010-07-08 17:01

(อัพเม้น) ก็นั้นมันมาสคอตข้า (ต้องขอบคุณที่นึกว่าโครม //โดนต่อย)

#3 By Karii_Saka ~* on 2010-07-08 16:50

อ่า ของข้าวาดเป็นซีจี (ซุยมาก) ขอบคุนที่ไห้ฟามรู้ค่ะ

#2 By Karii_Saka ~* on 2010-07-08 16:39

* - *

อื ม ม ความรู้แหะ ๆ

ดี ๆๆๆๆๆ